head prakardsod


















แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - siritidaphon

หน้า: [1] 2 3 ... 9
1
ซุปไก่ช่วยสมานแผล ได้จริงไหม? โภชนาการเร่งฟื้นฟูเนื้อเยื่อ แผลแห้งไว ไม่ทิ้งรอย

ไม่ว่าจะเป็นบาดแผลจากการผ่าตัด แผลอุบัติเหตุ หรือบาดแผลจากการทำหัตถการความงาม สิ่งที่ทุกคนปรารถนาตรงกันคือ "การให้บาดแผลสมานตัวได้เร็วที่สุด" เพื่อลดความเจ็บปวด ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ และป้องกันการเกิดแผลเป็นที่ไม่พึงประสงค์

หนึ่งในภูมิปัญญาและคำแนะนำทางโภชนาการที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นคือการให้ผู้ป่วยทาน "ซุปไก่" แต่ในทางเวชศาสตร์ฟื้นฟูและโภชนาการทางการแพทย์ เมนูนี้มีกลไกอย่างไร? "ซุปไก่ช่วยสมานแผล" ได้จริงหรือไม่? บทความนี้จะพาทุกคนไปหาคำตอบอย่างเจาะลึกกันค่ะ


🥣 1. ไขข้อข้องใจ: ซุปไก่ช่วยสมานแผลได้อย่างไร?
กระบวนการสมานแผลของร่างกาย (Wound Healing Process) เป็นกระบวนการที่ซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยสารอาหารเฉพาะทางเข้ามากระตุ้นการทำงานของเซลล์ โดยซุปไก่มีส่วนช่วยในแต่ละขั้นตอน ดังนี้:

สารตั้งต้นในการสร้างคอลลาเจนและเนื้อเยื่อใหม่
เนื้ออกไก่อุดมไปด้วย โปรตีนคุณภาพดี (High Biological Value Protein) และกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน โดยเฉพาะ โพรลีน (Proline) และ ไกลซีน (Glycine) ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่เป็นองค์ประกอบหลักในการสังเคราะห์คอลลาเจนใต้ชั้นผิวหนัง เมื่อร่างกายได้รับโปรตีนที่เพียงพอ เซลล์ผิวจะถูกสร้างขึ้นมาทดแทนบริเวณที่ถูกตัดขาดได้อย่างรวดเร็ว

สังกะสี (Zinc) ตัวเร่งกระบวนการสมานผิว
ในเนื้อไก่ธรรมชาติมีแร่ธาตุ สังกะสี (Zinc) ในปริมาณสูง ซึ่งสังกะสีทำหน้าที่เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาเคมี (Co-enzyme) ในการแบ่งเซลล์และการเจริญเติบโตของเนื้อเยื่อใหม่ หากร่างกายขาดสังกะสี จะส่งผลให้บาดแผลหายช้ากว่าปกติอย่างเห็นได้ชัด

กระตุ้นเม็ดเลือดขาว ป้องกันแผลอักเสบติดเชื้อ
การสร้างภูมิคุ้มกันบริเวณรอบบาดแผลจำเป็นต้องใช้วิตามินและกรดอะมิโนจากโปรตีนในการสร้างเม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ ซุปไก่จึงช่วยเสริมเกราะป้องกันร่างกาย ลดโอกาสการอักเสบและการติดเชื้อซ้ำซ้อนบริเวณบาดแผล


🥗 2. ทำไม "ซุปไก่ปั่นเนียน" ถึงช่วยสมานแผลได้ดีกว่าน้ำซุปใส?
แม้ว่าการจิบน้ำซุปไก่ใสจะช่วยให้รู้สึกสดชื่น แต่หากพิจารณาในแง่ของปริมาณสารอาหารเพื่อการสมานแผล "ซุปไก่ปั่นละเอียด (Pureed Chicken Soup)" ถือเป็นรูปแบบที่ทรงประสิทธิภาพสูงสุด ด้วยเหตุผลสำคัญดังนี้:

ได้โปรตีนเข้มข้นครบถ้วน: น้ำซุปใสมีกรดอะมิโนละลายออกมาเพียงเล็กน้อย แต่โปรตีนหลักและสังกะสียังคงตกค้างอยู่ในเนื้อไก่ การนำเนื้ออกไก่มาปั่นรวมกับน้ำซุปจึงทำให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารสมานแผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ย่อยง่าย ดูดซึมไปใช้สมานแผลได้ทันที: บาดแผลต้องการสารอาหารไปใช้ตลอดเวลา ซุปไก่ปั่นที่ผ่านการย่อยโครงสร้างโปรตีนจนละเอียด จะถูกลำไส้ดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือดและนำไปใช้สร้างเนื้อเยื่อได้ทันที โดยไม่ต้องเสียพลังงานในการบดเคี้ยว

ลดความเสี่ยงแผลกระทบกระเทือนจากการไอ: ซุปไก่ปั่นมีเนื้อสัมผัสเนียนนุ่ม ลื่นคอ ลดโอกาสเกิดการติดคอหรือการไอแห้งๆ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้แผลผ่าตัดเกิดการสะเทือนจนแผลแยกได้


🍲 3. เคล็ดลับทานซุปไก่สมานแผลให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด
ผสมผักที่มีวิตามินซีสูง: วิตามินซีเป็นตัวช่วยสำคัญในการเปลี่ยนกรดอะมิโนให้กลายเป็นคอลลาเจน ควรปั่นซุปไก่ร่วมกับผักอย่าง แครอท ฟักทอง หรือบวบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสมานแผลให้ทวีคูณ

ควบคุมระดับความเค็ม (Low Sodium): เลี่ยงการใส่เกลือ ซีอิ๊ว หรือผงชูรสปริมาณมาก เพราะโซเดียมจะทำให้เกิดภาวะกักเก็บน้ำ ส่งผลให้แผลผ่าตัดบวมน้ำ หายช้า และเสี่ยงต่อแผลเป็นอักเสบ

รับประทานอย่างต่อเนื่อง: การทานซุปไก่ปั่นอย่างน้อยวันละ 1–2 มื้อ ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรกหลังเกิดบาดแผลหรือหลังผ่าตัด จะช่วยเติมสารอาหารให้ร่างกายนำไปใช้ได้อย่างต่อเนื่อง


💬 สรุป
สรุปได้ว่า "ซุปไก่ช่วยสมานแผล" ได้จริงอย่างมีหลักการทางวิทยาศาสตร์รองรับ โดยเฉพาะเมื่อเลือกทานในรูปแบบ "ซุปอกไก่ปั่นเนียน โซเดียมต่ำ ผสมผักหลากสี" ซึ่งให้โปรตีน สังกะสี และวิตามินที่จำเป็นอย่างเข้มข้น ช่วยให้บาดแผลสมานตัวได้เร็วขึ้น แผลแห้งไว และช่วยให้ร่างกายกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ได้อย่างรวดเร็วค่ะ!

2
สตูว์ไก่ SN Food: สตูว์ไก่คลีน ทำเองง่ายๆ ได้ที่บ้าน แคลต่ำ โปรตีนสูง อร่อยเข้มข้นไม่กลัวอ้วน

มีใครกำลังลดน้ำหนักหรือดูแลหุ่น แต่เริ่มเบื่อเมนูอกไก่ต้มแห้งๆ หรือสลัดผักแบบเดิมๆ กันบ้างไหมคะ? อยากกินอาหารรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นซอสสไตล์ตะวันตกให้ชุ่มฉ่ำหัวใจ แต่ก็แอบกังวลเรื่องปริมาณแคลอรี โซเดียม และโซเดียม/ไขมันจากเนยหรือน้ำมันหนักๆ

วันนี้ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไปค่ะ! เพราะเราสามารถเนรมิตเมนูคลาสสิกอย่าง "สตูว์ไก่" ให้กลายเป็นเวอร์ชัน "สตูว์ไก่คลีน (Clean Chicken Stew)" ที่ทั้งแคลอรีต่ำ โปรตีนสูง ไฟเบอร์แน่น แต่ยังคงความอร่อย นุ่มละมุน และกลมกล่อมไว้ได้อย่างครบถ้วน วันนี้เลยขอพาทุกคนมารู้ลึกพร้อม "แจกสูตร สตูว์ไก่คลีน ทำเองง่ายๆ ได้ที่บ้าน แคลต่ำ อิ่มอร่อย" มาฝากกันค่ะ


🌿 ปรับวัตถุดิบเดิม... ให้กลายเป็นเวอร์ชัน "คลีน & แคลต่ำ"

เคล็ดลับของการทำสตูว์ไก่คลีนให้อร่อย โดยไม่ต้องพึ่งเนยสด น้ำมันปริมาณมาก หรือก้อนซุปสกัดสำเร็จรูปที่มีโซเดียมสูง อยู่ที่การเลือกและปรับวัตถุดิบดังนี้ค่ะ:

เนื้อไก่: เปลี่ยนจากเนื้อไก่ติดหนัง มาใช้ "อกไก่ลอกหนัง" หรือ "สันในไก่" เพื่อลดปริมาณไขมันอิ่มตัว แต่ยังคงได้โปรตีนเน้นๆ ช่วยอิ่มท้องนาน

ซอสฐาน: ไม่ใช้เนยผัดแป้งสาลี (Roux) หรือผงซุปก้อน แต่ใช้ "มะเขือเทศสดสับ + Tomato Paste 100% (ไร้น้ำตาลเติมแต่ง)" ควบคู่กับ "น้ำสต๊อกผักต้มเอง" เพื่อสร้างความเข้มข้นและรสเปรี้ยวหวานธรรมชาติ

ความหวานธรรมชาติ: ไม่พึ่งน้ำตาลทราย แต่ดึงความหวานจาก "หอมใหญ่เคี่ยว" และ "แครอท" ซึ่งให้ความหวานนวลตามธรรมชาติ

คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน: ใส่ "ฟักทอง" หรือ "มันเทศ" แทนมันฝรั่งขาวทั่วไป (หรือใช้มันฝรั่งในปริมาณพอเหมาะ) เพื่อให้ได้ค่า GI ต่ำ และไฟเบอร์สูงขึ้น

สมุนไพรเพิ่มอโรมา: ใช้ "ใบกระวานแห้ง, ออริกาโน, ไทม์ และพริกไทยดำ" ช่วยเพิ่มกลิ่นหอมชวนกินโดยไม่ต้องเพิ่มแคลอรีเลยแม้แต่น้อย


🍳 แจกสูตรและวิธีทำ "สตูว์ไก่คลีน" แบบ Step-by-Step

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม (สำหรับ 2–3 เสิร์ฟ):

อกไก่ลอกหนัง หั่นชิ้นคำโต 300 กรัม

มะเขือเทศสด หั่นเต๋า 2 ลูก

หอมใหญ่ หั่นเต๋า 1 ลูก

แครอท หั่นชิ้นหนา 1/2 หัว

ฟักทอง หรือ มันเทศ หั่นชิ้นคำโต 100 กรัม

ขึ้นฉ่ายฝรั่ง (Celery) หั่นท่อน 1 ต้น (ใส่หรือไม่ใส่ก็ได้)

มะเขือเทศบดเข้มข้น (Tomato Paste) 2 ช้อนโต๊ะ

ซอสคลีน/ซีอิ๊วขาวลดโซเดียม 1 ช้อนโต๊ะ

น้ำมันโอลิฟ (Olive Oil) สำหรับสเปรย์ หรือใช้ผัด 1 ช้อนชา

ใบกระวาน 2 ใบ, ออริกาโน/ไทม์ 1 ช้อนชา, พริกไทยดำบด ตามชอบ

น้ำสะอาดหรือน้ำสต๊อกผัก 2–3 ถ้วยตวง


ขั้นตอนการทำง่ายๆ:

ขั้นตอนที่ 1: หมักไก่และจี่บนกระทะ
นำอกไก่มาหมักด้วยพริกไทยดำและซีอิ๊วขาวลดโซเดียมเล็กน้อย ทิ้งไว้ 10 นาที จากนั้นตั้งกระทะสเปรย์น้ำมันอลีฟบางๆ นำอกไก่ลงไปจี่ด้วยไฟกลาง พอผิวภายนอกตึงและเปลี่ยนเป็นสีขาวตึง (ยังไม่ต้องสุกถึงข้างใน) แล้วตักพักไว้ ขั้นตอนนี้ช่วยล็อกความชุ่มชื้นไม่ให้อกไก่แห้งกระด้างค่ะ

ขั้นตอนที่ 2: ผัดผักดึงความหวานธรรมชาติ
ใช้กระทะใบเดิม ใส่หอมใหญ่ลงไปผัดด้วยไฟอ่อนจนหอมใหญ่เริ่มใสและมีกลิ่นหอมหวาน จากนั้นใส่มะเขือเทศสดสับ ผัดจนมะเขือเทศเริ่มนิ่ม ละลายกลายเป็นเนื้อซอส

ขั้นตอนที่ 3: รวมวัตถุดิบและเคี่ยวซอส
ใส่ Tomato Paste, แครอท, ฟักทอง, และขึ้นฉ่ายฝรั่งลงไป ผัดให้เข้ากันเล็กน้อย จากนั้นเติมน้ำสต๊อกผักหรือน้ำสะอาดลงไปให้ท่วมผัก ใส่ใบกระวาน ออริกาโน และไทม์ เร่งไฟขึ้นจนน้ำซุปเริ่มเดือด

ขั้นตอนที่ 4: ใส่ไก่และเคี่ยวไฟอ่อน
เบาไฟลงเป็นไฟอ่อน นำอกไก่ที่จี่พักไว้ใส่ลงไปในหม้อ ปิดฝาแล้วเคี่ยวทิ้งไว้ประมาณ 20–25 นาที คอยช้อนฟองออกเป็นระยะ จนแครอทและฟักทองนุ่ม ซอสเริ่มงวดข้นเข้าเนื้อ

ขั้นตอนที่ 5: ปรุงรสและจัดเสิร์ฟ
ชิมรสชาติ ปรุงเพิ่มด้วยซีอิ๊วขาวลดโซเดียมและพริกไทยดำตามชอบ (รสชาติจะหวานอมเปรี้ยวกลมกล่อมจากผักและมะเขือเทศ) ตักใส่ชาม โรยพาสเลย์สดสับแต่งหน้า พร้อมเสิร์ฟความอร่อยทันทีค่ะ!


💡 ทริกการทานสตูว์ไก่คลีนให้ได้สารอาหารครบถ้วน
ทานคู่กับคาร์บประโยชน์สูง: ตักสตูว์ไก่คลีนราดบน "ข้าวกล้องหุงนุ่มๆ" หรือ "ควินัว (Quinoa)" หรือทานคู่กับ "ฟักทองนึ่ง/มันบดคลีน" จะได้มื้ออาหารที่ครบ 5 หมู่พอดี

ทำตุนไว้กินได้ทั้งสัปดาห์ (Meal Prep): เมนูสตูว์ยิ่งแช่ตู้เย็นไว้อีกวัน รสชาติซอสจะยิ่งซึมเข้าเนื้อไก่และผักอร่อยยิ่งขึ้น สามารถแบ่งใส่กล่องแช่ฟรีซไว้ อุ่นกินเป็นมื้อเที่ยงที่ทำงานได้สบายๆ เลยค่ะ


💬 สรุปส่งท้าย
"แจกสูตร สตูว์ไก่คลีน ทำเองง่ายๆ ได้ที่บ้าน แคลต่ำ อิ่มอร่อย" เป็นทางเลือกเมนูสุขภาพที่ไม่ต้องทนกินอาหารรสชาติติดเค็มหรือแห้งชืดอีกต่อไปค่ะ ได้ทั้งโปรตีนเน้นๆ วิตามินจากผักหลากหลายชนิด และซอสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม ทำง่าย ใช้วัตถุดิบไม่ซับซ้อน สายเฮลตี้ต้องลองทำตามด่วนๆ เลิศแน่นอนค่ะ!

3
บริหารจัดการอาคาร: สัญญาณที่บ่งชี้ว่า แอร์บ้านคุณกำลังจะพัง

ในช่วงหน้าร้อน คงปฏิเสธไม่ได้เลยว่า เครื่องปรับอากาศ เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่จำเป็นสำหรับใครหลายคน เพราะยิ่งอากาศร้อนมากเท่าไหร่ ก็จะทำให้เราหงุดหงิด อารมณ์เสียได้ ดังนั้น บ้านไหนที่มีเครื่องปรับอากาศ ก็ช่วยทำให้รู้สึกเย็นขึ้น และยังทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายได้ แต่เราก็ต้องแลกมากับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น เพราะเครื่องปรับอากาศเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เปลืองไฟมากเช่นเดียวกัน และต้องบำรุงรักษาไปตลอดการใช้งานเลยทีเดียว แต่การใช้เครื่องปรับอากาศของเรานั้น จะต้องใช้งานอย่างถูกต้องด้วย เพราะไม่อย่างนั้น อาจจะทำให้เครื่องปรับอากาศของเรานั้น

เสื่อมสภาพและพังก่อนอายุการใช้งานตามที่ควรจะเป็นได้ เราควรหมั่นสังเกตอาการของเครื่องปรับอากาศของเรา ว่ามีสิ่งใดผิดปกติบ้างหรือไม่ หรือมีความสกปรก มีฝุ่นเข้าไปสะสมมากจนทำให้เครื่องปรับอากาศไม่เย็นหรือไม่ ถ้าหากมีฝุ่นเป็นจำนวนมาก นั่นหมายความว่า เราจะต้องเรียกช่างแอร์มาตรวจสอบและทำความสะอาดโดยด่วน เพราะถ้ายังฝืนใช้งานอยู่ทั้งๆที่ แอร์ยังสกปรก นอกจากจะทำให้แอร์เสื่อมสภาพแล้ว ยังทำให้เปลืองไฟและทำให้สุขภาพของเราเสียได้อีกด้วย วันนี้เราจะมาแนะนำให้คนที่ใช้งานเครื่องปรับอากาศเป็นประจำได้หมั่นสังเกตความผิดปกติของเครื่องปรับอากาศ ซึ่งจะต้องสังเกตความผิดปกติหรือสัญญาณที่บ่งบอกว่า แอรบ้านคุณกำลังจะพัง

 สัญญาณแรกที่จะบอกว่า แอร์ของคุณกำลังจะพังนั่นก็คือ อาการแอร์ไม่เย็น ซึ่งเชื่อว่า หลายบ้านที่มีแอร์จะต้องเคยพบเจอปัญหานี้ หากตรวจเช็คดูแล้วว่าคอมเพรสเซอร์ทำงาน อาจเป็นเพราะแอร์สกปรก ต้องทำการล้างแอร์ทั้งคอยล์ร้อนและคอยล์เย็นโดยปั๊มน้ำแรงดันสูง หรือน้ำยาแอร์ขาด หรืออาจจะมีการอุดตันของระบบน้ำยาแอร์ ต้องทำการเปลี่ยนตัวฉีดน้ำยา , ตัวกรองความชื้น และแวคคั่มระบบเติมน้ำยาใหม่ ถ้าคอมเพรสเซอร์แอร์ไม่มีกำลังอัด อันนี้ถึงขั้นเปลี่ยนคอมใหม่ หรือถ้าคอมแอร์ทำงาน อาจมีสายไฟหลุดขาด ต้องทำการตรวจเช็ค หาจุดที่สายไฟขาดหรือหลุด ดังนั้น หากแอร์ไม่เย็น ซึ่งอาจเกิดจากหลายสาเหตุ แนะนำให้ตรวจโดยละเอียดโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ก่อนที่แอร์จะพัง นอกจากนี้ อาการน้ำหยดที่คอยล์เย็น ก็เป็นสัญญาณที่ฟ้องว่า แอร์กำลังจะพัง ซึ่งก็อาจจะมีสาเหตุจากแอร์ที่มีความสกปรก ต้องทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มน้ำแรงดันสูง หรือข้อต่อท่อน้ำทิ้งหลุด ต้องให้ช่างทำการตรวจเช็คหาจุดที่หลุดหรืออาจะเป็นที่ท่อน้ำทิ้งตัน ทำการฉีดไล่ด้วยปั๊มแรงดันสูง

หรือถ้ามีอาการเรื้อรังอาจเกิดจากมีการอุดตันที่ถาดน้ำทิ้งด้านหลังตัวแอร์ ทำการตัดคอยล์เย็นลงมาทำการถอดชิ้นส่วนและฉีดล้างให้ทั่ว สัญญาณต่อมาคือ อาการแอร์มีกลิ่นอับชื้น ก็เกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น ในห้องมีความชื้นสูง ตั้งโหมดลดความชื้นที่ตัวแอร์ หรือแอร์สกปรก ทำการล้างแอร์ด้วยปั๊มแรงดันสูง และอาจจะเกิดจากการเดินท่อน้ำทิ้งไปตรงกับท่อระบายน้ำ ต้องทำการเปลี่ยนตำแหน่งใหม่ และอีกหนึ่งสัญญาณคือ อาการคอยล์ร้อนเสียงดัง ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้นานๆ โโยไม่ได้รับการแก้ไขอาจจะทำให้แอร์พังได้ทันที ซึ่งสัญญาณเหล่านี้อาจจะมีสาเหตุจากมอเตอร์พัดลมเสีย ต้องทำการเปลี่ยนมอเตอร์ หรือใบพัดลมตีกับโครงแอร์ ทำการตรวจเช็คหาจุดที่กระทบกัน

 ต้องตรวจเช็คว่า มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตัวเครื่องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การที่แอร์ของเรามีสัญญาณในลักษณะที่กล่าวมานั้น ควรหมั่นตรวจเช็คถึงต้นตอของปัญหาอย่างละเอียดเสียก่อน เพื่อที่จะได้ตรวจดูว่า อาการผิดปกตินี้เกิดจากอะไรเพื่อที่จะได้แก้ไขได้ถูกจุด หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ อาจจะนำไปให้แอร์ของคุณพังได้อย่างแน่นอน

 อย่างไรก็ตาม หากคุณอยากที่จะตรวจสอบหรือเช็คระบบแอร์ ล้างทำความสะอาดโดยช่างที่มีความเชี่ยวชาญ ที่การันตีด้วยประสบการณ์การทำงานมาอย่างยาวนาน ก็สามารถขอรายละเอียดได้ ทางเรามีบริการดูแลระบบปรับอากาศและหมุนเวียนอากาศภายในอาคาร ระบบปรับอากาศและหมุนเวียนอากาศเป็นสิ่งจำเป็นมาก เพราะนั่นหมายถึงอากาศที่ดีที่เราสูดดมเข้าไป ถ้าหากเรามีระบบเครื่องปรับอากาศที่ไม่สะอาดแล้ว อาจจะทำให้เราเสียสุขภาพไปด้วย เพราะฉะนั้น ให้ทางเราได้ดูแลในเรื่องของระบบปรับอากาศของคุณให้มีการใช้งานที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

4
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอายุ
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี
1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้
- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม
เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
 พิกัด : https://shopee.co.th/dseelin_official




5
สร้างทัศนคติอย่างไร ให้เด็กมีความร่วมมือกับการจัดฟันเด็ก

ถ้าหากเราพูดถึงเรื่องของฟันของเด็ก ซึ่งเป็นองค์ประกอบที่มีความสำคัญของใบหน้า พ่อแม่ผู้ปกครองควรดูแลเรื่องสุขภาพฟันของบุตรหลานตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้น เพื่อให้บุตรหลานของท่านไม่เกิดปัญหาเกี่ยวกับฟันในระยะยาว ถึงแม้ในปัจจุบันจะมีเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาช่วยในการรักษาทางทันตกรรม แต่ก็ยังไม่ใช่การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ ดังนั้น การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กให้ดีตั้งแต่ฟันเริ่มขึ้น ถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุดที่ทำให้ลูกของเราไม่มีปัญหาในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน สำหรับ สาเหตุที่อาจทำให้บุตรหลานของท่านมีปัญหาเกี่ยวกับฟันนั้น ส่วนหนึ่งก็มาจากพฤติกรรมในวัยเด็ก เช่น การดูดขวดนมในระยะเวลาที่ยาวนาน ซึ่งการดูดขวดนมของเด็ก เขาจะใช้ลิ้นดุนฟันหน้าตลอดเวลาที่ดูดขวดนมจากขวดส่งผลให้ฟันบนบานออก ฟันล่างหุบเข้าไปข้างใน ทำให้เกิดฟันผิดรูป ซึ่งการแก้ไขปัญหาควรให้ลูกดูดนมจากเต้าของแม่จะดีที่สุด

นอกจากนี้ พฤติกรรมการดูดนิ้วก็มีผลต่อฟันของเราเช่นเดียวกัน อาจจะส่งผลทำให้เกิดฟันยื่น เพราะนิ้วที่ลูกนำเข้าปาก ก็มีลักษณะคล้ายกับการดูดขวดนมนั่นเอง ต่อมาในเรื่องของความผิดปกติของฟันอาจจะทำให้ฟันหน้าเคลื่อนหรือยื่นออกมาผิดปกติได้ ซึ่งในปัจจุบันสามารถแก้ไขได้ด้วยการจัดฟันในเด็ก ซึ่งการจัดฟันในเด็กนั้น มักนิยมจัดฟันในช่วงที่มีฟันแท้ขึ้นครบแล้ว นั่นก็คืออายุประมาณ 12 – 13 ปี ซึ่งการเข้ารับการรักษาทางทันตกรรมด้วยวิธีการจัดฟันก็มีด้วยกันหลากหลายช่วงอายุ ได้แก่ วัยเด็กเล็ก วัยเด็กและวัยรุ่น โดยในการจัดฟันในเด็ก ทันตแพทย์จะต้องทำการพิจารณาความผิดปกติและพัฒนาการของกระโหลกศรีษะและใบหน้าร่วมด้วย ถ้าหากมีความผิดปกติของความสัมพันธ์ของกระดูกขากรรไกรบนและล่าง ก็ควรเริ่มรักษาตั้งแต่อายุยังน้อยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลุกลามในอนาคต ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรนำบุตรหลานของท่านที่มีอายุต่ำกว่า 10 ปีมาตรวจกับทันตแพทย์จัดฟันโดยไม่ต้องรอให้ถึงวัยรุ่น

สำหรับการจัดฟันในเด็กนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคน อาจจะมีความกังวลว่า ถ้าหากนำบุตรหลานเข้าพบทันตแพทย์เพื่อเข้ารับการจัดฟันในเด็ก จะส่งผลต่อพัฒนาการของบุตรหลานของท่านหรือไม่ ต้องบอกเลยว่า การพาบุตรหลานของท่านเข้ารับการรักษาด้วยการจัดฟันในเด็กนั้น ไม่ส่งผลต่อพัฒนาการของบุตรหลานของท่านอย่างแน่นอน เพียงแต่บุตรหลานของท่านจะต้องให้ความร่วมมือในการจัดฟันด้วย เพื่อให้ผลการรักษาเป็นไปตามที่ทันตแพทย์ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ การจัดฟันในเด็กนั้น ยังช่วยปรับโครงสร้างของใบหน้าของบุตรหลานของท่าน ช่วยให้เข้าที่มากยิ่งขึ้น

สำหรับการพูดคุยกับบุตรหลานของท่านให้พร้อมรับมือกับการจัดฟันในเด็ก พ่อแม่ผู้ปกครองควรพูดทำความเข้าใจกับบุตรหลานของท่าน ให้ใส่ใจในเรื่องของปัญหาสุขภาพช่องปากและฟันมากยิ่งขึ้น ควรชี้ให้เห็นว่า ถ้าหากเราไม่ดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน และเกิดปัญหาฟัน จะมีผลอย่างไร แม้ว่าการจัดฟันในเด็ก อาจไม่ได้จำเป็นสำหรับเด็กทุกคน แต่จะดีกว่ามั้ย ถ้าหากพ่อแม่ผู้ปกครอง พาบุตรหลานของท่านไปตรวจกับทันตแพทย์จัดฟันตั้งแต่อายุยังน้อย และหากพบสัญญาณของความผิดปกติ ก็จะได้รีบแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆ ความผิดปกติหลายอย่างอาจจะยังสามารถแก้ไขได้ หากได้รับการรักษาตอนที่ยังเป็นเด็ก ซึ่งเป็นช่วงที่กระดูกขากรรไกรกำลังเจริญเติบโต เพราะถ้าหากรอให้เด็กโตจนเป็นวัยรุ่น แล้วค่อยมาเข้ารับการจัดฟัน ก็อาจทำให้ความผิดปกติหรือปัญหาฟันที่อาจแก้ไขได้ยิ่งแย่ลง ส่งผลให้การรักษามีความยุ่งยากขึ้นได้

หากพ่อแม่ผู้ปกครองท่านใด สนใจให้บุตรหลานของท่าน เข้ารับการรักษาด้วยการจัดฟันในเด็ก สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำได้ที่คลินิกเพราะทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านสุขภาพช่องปากและฟันของเด็ก คอยให้คำปรึกษาอย่างละเอียด พร้อมทั้งยังช่วยแนะนำวิธีการดูแลรักษาความสะอาดของช่องปากและฟันอย่างถูกวิธี เพื่อให้เด็กได้มีฟันที่แข็งแรง และเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีได้

6
สตูว์เนื้อ SN Food: สตูว์เนื้อ หอมอร่อยมาก เนื้อเต็มคำ มื้ออบอุ่นสุดฟิน รสชาติเข้มข้นนุ่มละลายในปาก!

วันนี้มีเมนูเด็ดสำหรับ #BeefLover ที่ทั้งทำง่าย หอมฟุ้งไปสามบ้านแปดบ้าน และที่สำคัญคือได้กัด "เนื้อวัวชิ้นโตๆ นุ่มฉ่ำเต็มคำ" มาฝากทุกคนกันค่ะ! นั่นก็คือเมนู "สตูว์เนื้อ (Beef Stew)" นั่นเอง

พูดถึงสตูว์เนื้อ รสสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ที่สุดคงหนีไม่พ้นความเปื่อยนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ของเนื้อวัวที่ถูกเคี่ยวจนซอสต้มซึมลึกเข้าเนื้อ รสชาติหวานอมเปรี้ยวน้อยๆ กลมกล่อมจากซอสมะเขือเทศ ไวน์แดง (หรือน้ำสต๊อก) และผักสด นำมากินเมื่อไหร่ก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ สบายท้องสุดๆ วันนี้เลยนำ "เคล็ดลับการทำสตูว์เนื้อให้อร่อย หอมกรุ่น และได้เนื้อวัวชิ้นโตเต็มคำ" มาฝากทุกคนกันค่ะ


🥩 เคล็ดลับจัดเต็ม... สตูว์เนื้อ "หอมอร่อยมาก เนื้อเต็มคำ" นุ่มฉ่ำ ไม่เหนียว ไม่เละ!

การจะทำสตูว์เนื้อให้อร่อยเด็ด และได้เนื้อวัวที่เน้นๆ คำโตๆ มีเทคนิคที่คุณเองก็ทำตามได้ง่ายๆ ค่ะ:

เลือกใช้ชิ้นส่วนเนื้อวัวที่มีเอ็นและมันแทรก: แนะนำให้ใช้ "เนื้อน่องลาย เนื้อน่องแก้ว หรือเนื้อส่วนน่อง/น่องหน้า (Beef Shank / Chuck)" นำมาหั่นชิ้นเต๋าขนาดใหญ่ (อย่าหั่นชิ้นเล็กเกินไปนะคะ เพราะเวลาเคี่ยวนานๆ เนื้อจะหด) ชิ้นส่วนเหล่านี้จะมีพังผืดและคอลลาเจนแทรก พอเคี่ยวจนได้ที่ จะเปลี่ยนเป็นความนุ่มเด้ง ฉ่ำลิ้น ไม่แห้งกระด้างเลยค่ะ

หมักและเซียร์ (Sear) ผิวเนื้อกับเนยสด: นำเนื้อวัวชิ้นโตไปหมักเกลือ พริกไทยป่น จากนั้นนำลงไปนาบในกระทะที่มีเนยสดด้วยไฟแรงพอให้ผิวภายนอกตึงขึ้นสีเหลืองน้ำตาลสวย (Sear) ขั้นตอนนี้สำคัญมาก! เพราะนอกจากจะทำให้เกิดกลิ่นหอมเฉพาะตัวของเนื้อวัว (Maillard Reaction) แล้วยังช่วย "ล็อกความชุ่มฉ่ำภายใน" ทำให้เนื้อวัวยังคงรูปเป็นชิ้นเต็มๆ คำ นุ่มเด้ง ไม่หลุดลุ่ย

ผัดผักชิ้นใหญ่ให้หอมฉ่ำ: มันฝรั่ง แครอท และหอมหัวใหญ่ ควรหั่นเป็นชิ้นเต๋าขนาดใหญ่พอดีคำใกล้เคียงกับเนื้อวัว นำไปผัดกับเนยในกระทะเดิมที่นาบเนื้อไว้ เพื่อให้ความหวานธรรมชาติจากผักละลายออกมา ผสานกับกลิ่นหอมของเนยและน้ำมันเนื้อที่ติดกระทะ

เคี่ยวไฟอ่อนอย่างใจเย็น: เติมน้ำสต๊อกวัว ซอสมะเขือเทศเข้มข้น (หรือเพิ่มไวน์แดงเล็กน้อยเพื่อความหอมลึก) ใบกระวาน และไทม์ นำเนื้อวัวลงไปเคี่ยวรวมกันด้วยไฟอ่อนๆ ปิดฝาทิ้งไว้ประมาณ 1.5 - 2 ชั่วโมง จนซอสงวดข้นกำลังดี เนื้อวัวจะเปื่อยนุ่มกำลังเหมาะ ซึมซับรสชาติซอสเข้มข้นเข้าเนื้ออย่างสมบูรณ์แบบ


🥖 รสชาติที่เข้ากัน... เลือกจับคู่กับอะไรก็อร่อยเต็มคำ!

ด้วยความที่เนื้อวัวมีความชิ้นใหญ่เต็มคำ และซอสต้มสตูว์มีความข้นกลมกล่อม จึงนำไปกินคู่กับอะไรก็อร่อยติดใจ:

ราดบนข้าวสวยร้อนๆ: ข้าวสวยหอมมะลิร้อนๆ นุ่มฟู พอตักซอสสตูว์ฉ่ำๆ พร้อมเนื้อวัวชิ้นใหญ่เข้าปาก รสชาติซึมเข้าเนื้อข้าว กลมกล่อมกลมกลึงสุดๆ

จิ้มกับขนมปังฝรั่งเศส / ขนมปังปิ้ง: ขนมปังกรอบนอกนุ่มใน นำมาดิปจิ้มกับซอสสตูว์เข้มข้น กัดพร้อมเนื้อวัวชิ้นโต ให้ฟีลอาหารสไตล์ตะวันตกแท้ๆ

เสิร์ฟคู่มันบดเนื้อเนียน (Mashed Potatoes): ปูพื้นชามด้วยมันบดหอมมันเนื้อเนียน แล้วราดสตูว์เนื้อชิ้นโตลงไป ความหอมมันของมันบดจะชูความหวานนุ่มของเนื้อวัวให้อร่อยละมุนลิ้นขึ้นไปอีกขั้นค่ะ


💬 สรุปส่งท้าย
"สตูว์เนื้อ หอมอร่อยมาก เนื้อเต็มคำ" เป็นอีกหนึ่งเมนูทำง่ายที่สร้างความสุขให้ทุกคนในครอบครัวและสายทานเนื้อได้อย่างดีเยี่ยมเลยค่ะ ยิ่งถ้าเคี่ยวหม้อใหญ่ๆ ทิ้งไว้ พออุ่นกินในมื้อถัดไป รสชาติจะยิ่งเข้มข้นเข้าเนื้ออร่อยขึ้นไปอีกขั้น!

7
จัดฟันบางนา: วิธีป้องกันการเกิดคราบหินปูนบนฟัน

การดูแลสุขภาพช่องปากและฟัน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญมากที่ทุกคนจะต้องเอาใจใส่ให้มากเป็นพิเศษ รวมไปถึงพฤติกรรมการรับประทานอาหารก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการรับประทานอาหารนั้น ส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากและฟันโดยตรง ซึ่งเราจะต้องระมัดระวังในเรื่องของการรับประทานอาหาร ไม่ควรบดเคี้ยวอาหารแรงๆ เพราะอาจจะเกิดความเสียหายต่อฟันของเราได้ และอาจจะทำให้เกิดรอยบนผิวฟัน ทำให้เกิดฟันผุ ซึ่งสาเหตุของการเกิดฟันผุนั้นก็เกิดได้จากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นการดูแลรักษาความสะอาดของช่องปากและฟันได้ไม่ดีเท่าที่ควร และการเกิดคราบบนผิวฟันแล้วทำความสะอาดออกไม่หมด จึงทำให้เกิดฟันผุ นอกจากนี้ยังส่งผลให้เกิดปัญหาอื่นๆตามมา ไม่ว่าจะเป็นฟันผุ มีกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์ และเป็นสาเหตุจนนำไปสู่การสูญเสียฟันได้

สำหรับวันนี้เราวิธีการป้องกันคราบบนผิวฟัน เพื่อให้เราได้เป็นแนวทางในการลดความเสี่ยงของการเกิดปัญหาสุขภาพช่องปากและฟันอีกทางหนึ่ง ทำให้เรามีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี สำหรับใครที่สนใจเข้ารับการตรวจสุขภาพช่องปากและฟันหรือบริการทางด้านทันตกรรม สามารถติดต่อขอรับคำแนะนำจากคลินิกได้ ทางเรามีทันแพทย์ที่สามารถให้คำแนะนำได้อย่างดี และทำให้คุณมั่นใจได้ว่า คุณจะมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้นได้อย่างแน่นอน

ทางคลินิกเราจะมาแนะนำวิธีการป้องกันการเกิดคราบบนผิวฟัน ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฟันผุและปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพช่องปากในด้านอื่นๆอีกมากมาย หลายคนอาจจะใช้วิธีการรักษาด้วยการฟอกสีฟัน ซึ่งปัญหาจากคราบบนผิวฟันนั้น ส่งผลให้ฟันของเรามีสีที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ต้องบอกก่อนว่า การเข้ารับการรักษาด้วยการฟอกสีฟันนั้น ไม่ว่าสามารถแก้ไขปัญหาในเรื่องของสีฟันได้อย่างถาวร บางครั้งเมื่อเวลาผ่านไปอาจจะทำให้ฟันมีสีคล้ำขึ้นเรื่อยๆ และทางที่ดีที่สุดคือการป้องกันไม่ให้เกิดคราบบนผิวฟัน ซึ่งเป็นการแก้ไขปัญหาและป้องกันการเกิดการเปลี่ยนสีของฟันได้อย่างดี ทำให้เรามีฟันที่ขาวสะอาด ดูเป็นธรรมชาติได้อย่างยาวนาน ซึ่งวิธีการป้องกันการเกิดคราบบนผิวฟัน

เราควรทำความสะอาดฟันและช่องปากให้ดีอยู่เสมอ โดยการแปรงฟันอย่างถูกวิธีอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และควรที่จะใช้ไหมขัดฟันร่วมด้วย หลังจากการแปรงฟันให้บ้วนปากด้วยน้ำเกลือ หรือใช้น้ำยาบ้วนปากที่มีฟลูออไรด์ เพื่อลดการสะสมของคราบหินปูนและแบคทีเรียบนเนื้อฟัน ที่สำคัญพฤติกรรมการรับประทานอาหาร ก็ควรลดการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่ทำให้เกิดราบบนฟัน เช่น ชา กาแฟ ลูกอม หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดคราบบนผิวฟันและยังส่งผลเสียต่อสุขภาพช่องปากและฟัน รวมไปถึงสุขภาพโดยรวมด้วย ควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันอย่างน้อยปีละ 1 – 2 ครั้ง เพื่อทำความสะอาดช่องปากและฟันให้สะอาด ปราศจากคราบหินปูนอยู่เสมอ

ซึ่งคราบหินปูน เป็นคราบสกปรกติดแน่นอยู่ที่ผิวฟัน เกิดจากการละเลยสุขภาพช่องปากหรือทำความสะอาดแบบไม่ทั่วถึง นอกจากจะส่งผลกระทบต่อบุคลิกภาพและความมั่นใจ ทำให้ไม่กล้าอวดรอยยิ้มให้ใครเห็นแล้ว อาจจะส่งผลทำให้เรามีกลิ่นปากอันไม่พึงประสงค์ด้วย ทั้งนี้ คราบหินปูนยังก่อให้เกิดโรคเหงือกและฟันหลายชนิดตามมาได้ ซึ่งการทำความสะอาดช่องปากอย่างถูกต้อง และหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ จะช่วยป้องกันการเกิดคราบหินปูนได้

ซึ่งวิธีการป้องกันการเกิดคราบบนผิวฟันอีกวิธีการหนึ่งคือ เราควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์ ผู้เข้ารับการรักษาควรเลือกใช้ยาสีฟันที่มีฟลูออไรด์เป็นส่วนผสม เพราะสารชนิดนี้มีคุณสมบัติช่วยซ่อมแซมเคลือบฟันที่ถูกทำลาย นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมประสิทธิภาพของยาสีฟันด้วยการเพิ่มไตรโคลซานเข้าไปเป็นส่วนผสมด้วย ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรียในคราบพลัคได้นั่นเอง ทางคลินิกเราอยากให้ทุกคนหันมาใส่ใจในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน เพื่อให้เราได้มีฟันที่สวยงามเป็นธรรมชาติ และมีสุขภาพฟันที่แข็งแรง เพื่อให้สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุข

8
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอายุ
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี
1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้
- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม
เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
พิกัด  : https://shopee.co.th/dseelin_official


9
สร้างอาชีพ กับเมนูข้าวปลาแกะ อาหารท้องถิ่นสุดโปรดที่เรียบง่ายทำสดใหม่และรสชาติอร่อยเข้มข้น

วงการอาหารริมทางของไทยเต็มไปด้วยอาหารรสเลิศที่ผสมผสานความเรียบง่าย ความคิดสร้างสรรค์และรสชาติจัดจ้าน หนึ่งในนั้นคือ ข้าวปลาแกะซึ่งเป็นอาหารจานโปรดที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก แต่กลับเป็นเมนูที่อิ่มอร่อยอย่างแท้จริง สะท้อนถึงหัวใจสำคัญของอาหารไทยในชีวิตประจำวัน ข้าวปลาแกะสะท้อนความงามของการทำอาหารแบบบ้านๆของไทย อาหารง่ายๆที่ทำสดใหม่และรสชาติเข้มข้น

ข้าวปลาแกะ เป็นเมนูสตรีทฟู้ดที่กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย เมนูนี้เป็นอาหารจานเดียวที่ดูเรียบง่ายแต่อร่อยและกินง่ายมาก ๆ เพราะเค้าจะใช้ ปลาทอด (ส่วนใหญ่นิยมใช้ ปลานิล หรือ ปลาทับทิม ทอดจนกรอบ) แล้วนำมาแกะเอาแต่เนื้อ (เอาพวกก้างออกให้หมด) วางโปะบน ข้าวสวยร้อน ๆ

ข้าวปลาแกะเป็นอาหารไทยยอดนิยมที่มักขายตามแผงลอยเล็กๆ และร้านอาหารท้องถิ่น โดยทั่วไปทำจากข้าวหอมมะลิหุงสุก เสิร์ฟพร้อมปลาทอดฝอยผสมกับสมุนไพร พริก กระเทียม มะนาว และบางครั้งก็ใส่ถั่วลิสงคั่วหรือหอมแดง ข้าวปลาแกะมักหมายถึงปลาที่ทอดจนเป็นชิ้นเล็กๆ กรอบ อร่อยเข้ากันได้ดีกับข้าวสวยร้อนๆ แม้ว่าข้าวปลาแกะอาจดูเรียบง่าย แต่เป็นอาหารที่แสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของพ่อครัวข้างทางชาวไทยที่สามารถเปลี่ยนวัตถุดิบในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นอาหารที่อร่อยอย่างแท้จริง

ส่วนผสมและรสชาติ
ส่วนผสมมีอย่างตรงไปตรงมา แต่รสชาติก็เข้มข้นและสมดุล:
ข้าวหอมมะลินึ่ง – นุ่มและหอม เป็นฐานของอาหารจานนี้
ปลาแขกทอดมักทำจากปลาทู ปลานิล หรือปลาท้องถิ่นชนิดอื่นๆ ทอดจนเหลืองกรอบแล้วฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ
พริกและกระเทียม – บดรวมกันเพื่อเพิ่มรสชาติที่เข้มข้นและเผ็ดร้อน
น้ำมะนาว – เพิ่มความสดใสและเปรี้ยว
หอมแดงและสมุนไพร – ช่วยให้สดชื่นและกรุบกรอบเล็กน้อย
หอมแดงทอดหรือกระเทียมทอด (ไม่จำเป็น) – เพิ่มกลิ่นและเนื้อสัมผัส
ผลลัพธ์ที่ได้คือรสชาติที่สมดุลลงตัวระหว่างรสเค็ม รสเผ็ด รสเปรี้ยว และรสเผ็ดจัดซึ่งเป็นรสชาติไทยคลาสสิกที่ทำให้ผู้คนกลับมาสั่งซ้ำอีก

วิธีการทำ
พ่อค้าแม่ค้าริมถนนมักจะเตรียมปลาก่อน ทอดจนกรอบและมีกลิ่นหอม เมื่อปลาเย็นลงแล้ว พวกเขาจะฉีกปลาเป็นชิ้นเล็กๆ เบาๆ แล้วคลุกเคล้ากับพริก กระเทียม น้ำมะนาว และเครื่องปรุงรส เสิร์ฟพร้อมข้าวสวย บางครั้งก็เสิร์ฟพร้อมผักสดหรือแตงกวาฝานบางๆ เพื่อปรับรสชาติให้สมดุล
พ่อค้าแม่ค้าหลายๆ คนจะปรุงรสตามใจชอบ บางคนใช้ปลาเผาแทนปลาทอด บางคนก็ผสมน้ำปลา น้ำตาล และผงข้าวคั่วเพื่อเพิ่มความเข้มข้น

ทำไมผู้คนถึงชอบมัน
ข้าวปลาแขกเป็นที่ชื่นชอบของคนในท้องถิ่นเพราะว่า:
รวดเร็วและราคาไม่แพงเหมาะสำหรับมื้อกลางวันริมถนนหรือมื้อเย็นแบบซื้อกลับบ้าน
มีคุณค่าทางโภชนาการและอิ่มท้อง – อุดมไปด้วยโปรตีนจากปลาและคาร์โบไฮเดรตจากข้าว
ปรับแต่งได้ – คุณสามารถปรับระดับความเผ็ดหรือเพิ่มสมุนไพรเพิ่มเติมได้
รสชาติความเรียบง่ายแบบไทย – รวบรวมบรรยากาศอาหารทำเองที่บ้านที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของวัฒนธรรมการทำอาหารของไทย

หาซื้อได้ที่ไหน
คุณสามารถหาซื้อข้าวปลาแขกได้ตามตลาดท้องถิ่นแผงขายอาหารริมทางและร้านอาหารเล็กๆ ริมทางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตัวเมืองต่างจังหวัดและพื้นที่ชายฝั่งที่มีปลาสดอุดมสมบูรณ์ พ่อค้าแม่ค้ามักห่อด้วยใบตองเพื่อนำกลับบ้านได้ง่าย ซึ่งเป็นประเพณีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเสริมเสน่ห์แบบชนบทของอาหารจานนี้

ข้อแนะนำในการเพลิดเพลินกับเขาปลาเก๋า
ลองบีบมะนาวเพิ่มถ้าคุณชอบรสเปรี้ยว
จับคู่กับชาไทยเย็นหรือเครื่องดื่มตะไคร้เพื่อปรับสมดุลความร้อน
เพลิดเพลินกับความสดของเนื้อปลาที่กรอบอร่อยที่สุดทันทีหลังจากปรุงเสร็จ

อัญมณีที่ซ่อนเร้นของอาหารไทยริมทาง
แม้ว่าเมนูอย่างผัดไทยและส้มตำมักจะถูกมองข้าม แต่ข้าวปลาแขกก็ยังคงเป็นอัญมณีที่ซ่อนเร้นและถ่ายทอดจิตวิญญาณของอาหารริมทางไทยได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งเรียบง่าย รสชาติเข้มข้น และปรุงด้วยความรัก สำหรับนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์การรับประทานอาหารท้องถิ่นอย่างแท้จริง อาหารจานนี้ถือเป็นเมนูที่ต้องลอง

คราวหน้าถ้าได้ไปเดินตลาดไทยที่คึกคัก ลองมองหาพ่อค้าแม่ค้าขายข้าวราดปลาเส้นกรอบดูสิ ลองชิมดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าทำไมข้าวปลาแขกถึงควรค่าแก่การเป็นหนึ่งในร้านอาหารริมทางสุดคลาสสิกที่คนไทยชื่นชอบ

10
วิธีการให้อาหารสายยาง ที่นิยมในปัจจุบัน มีแบบไหนบ้าง เลือกอย่างไรให้เหมาะกับคนไข้

สำหรับบ้านไหนที่มีสมาชิกในครอบครัวหรือผู้สูงอายุที่จำเป็นต้องได้รับ "อาหารทางสายยาง" (Tube Feeding) เชื่อว่าหลายคนอาจจะคุ้นเคยกับภาพการใช้ไซริงค์ค่อยๆ ปล่อยอาหารเหลวไหลลงตามแรงโน้มถ่วงใช่มั้ยคะ? แต่รู้ไหมคะว่าในปัจจุบัน เทคโนโลยีทางการแพทย์และการดูแลผู้ป่วยได้พัฒนาไปไกลมาก ทำให้มี "วิธีการให้อาหารทางสายยาง" หลากหลายรูปแบบที่ตอบโจทย์ทั้งความสะดวก ความปลอดภัย และไลฟ์สไตล์ของผู้ป่วยแต่ละท่าน วันนี้เราขอรวบรวมวิธีที่นิยมใช้กันในปัจจุบันมาเล่าให้ฟังกันค่ะ!


🔍 1. การให้อาหารเป็นมื้อๆ โดยใช้แรงโน้มถ่วง (Bolus / Gravity Feeding)
วิธีนี้คือ วิธียอดนิยมและคลาสสิกที่สุด สำหรับการดูแลผู้ป่วยที่บ้านค่ะ โดยจะให้อาหารเหลวเป็นมื้อๆ วันละ 4 - 5 มื้อ คล้ายกับมื้ออาหารของคนปกติ โดยต่อถุงใส่อาหารหรือใช้ลูกสูบไซริงค์ (Syringe) ถือไว้ในระดับที่สูงกว่าตัวผู้ป่วย แล้วปล่อยให้อาหารค่อยๆ ไหลลงสู่กระเพาะอาหารตามแรงโน้มถ่วงช้าๆ ใช้เวลาประมาณ 20 - 30 นาทีต่อมื้อ ข้อดีคืออุปกรณ์ไม่ยุ่งยาก ประหยัดค่าใช้จ่าย และผู้ป่วยได้มีช่วงเวลาพักท้องเหมือนคนทานอาหารปกติค่ะ


🛠 2. การให้อาหารแบบต่อเนื่องด้วยเครื่องควบคุม (Continuous Pump Feeding)
วิธีนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในโรงพยาบาล และเริ่มนำมาใช้ที่บ้านสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะลำไส้ดูดซึมได้น้อย หรือผู้ป่วยที่ทนการให้อาหารปริมาณมากๆ ในเวลาอันสั้นไม่ได้ค่ะ โดยจะใช้ "เครื่องให้อาหารทางสายยาง" (Feeding Pump) คอยควบคุมความเร็วและปริมาณอาหารให้หยดลงกระเพาะหรือลำไส้อย่างสม่ำเสมอทีละน้อยตลอด 12 - 24 ชั่วโมง ข้อดีคือลดอาการท้องอืด แน่นท้อง ท้องเสีย และลดความเสี่ยงจากการสำลักได้อย่างดีเยี่ยมค่ะ


🚪 3. การให้อาหารแบบเป็นรอบหรือพักเป็นช่วง (Cyclic Feeding)
เป็นวิธีที่ต่อยอดมาจากแบบ Continuous Pump ค่ะ โดยจะใช้เครื่องให้อาหารคอยตั้งเวลาและควบคุมปริมาณอาหารให้ไหลอย่างต่อเนื่อง แต่จะกำหนดช่วงเวลาชัดเจน เช่น ให้เฉพาะช่วงกลางคืน 8 - 12 ชั่วโมงขณะผู้ป่วยนอนหลับ แล้วพักการให้อาหารในตอนกลางวัน วิธีนี้เป็นที่นิยมมากสำหรับผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกาย หรือผู้ป่วยที่ยังพอทำกิจกรรมระหว่างวันได้ ทำให้ผู้ป่วยมีอิสระในการใช้ชีวิตช่วง 낮 โดยไม่ต้องสะพายสายหรือติดกับเครื่องตลอดเวลาค่ะ


🚿 4. การเลือกตำแหน่งการใส่สายยาง (NG-Tube vs PEG)
นอกจากเทคนิคการปล่อยอาหารแล้ว วิธีการให้อาหารในปัจจุบันยังแบ่งตาม "ตำแหน่งของสาย" ที่นิยมใช้หลักๆ 2 แบบ คือ:

สายยางทางจมูกถึงกระเพาะอาหาร (NG-Tube): เหมาะสำหรับการให้อาหารระยะสั้น (ไม่เกิน 4 - 6 สัปดาห์) ทำได้ง่าย ไม่ต้องผ่าตัด แต่ต้องเปลี่ยนสายบ่อยๆ ทุกเดือน

การใส่สายยางผ่านผิวหน้าท้องเข้ากระเพาะอาหาร (PEG - Percutaneous Endoscopic Gastrostomy): นิยมมากสำหรับผู้ป่วยที่ต้องให้อาหารระยะยาว (เกิน 1 เดือนขึ้นไป) โดยทำหัตถการส่องกล้องเปิดช่องเล็กๆ ที่หน้าท้อง ข้อดีคือผู้ป่วยไม่เจ็บจมูก รำคาญน้อยลง ลดการระคายเคืองในคอ และดูแลทำความสะอาดได้ง่ายกว่ามากค่ะ


🥗 5. การเลือกวิธีให้ที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละท่าน
การจะเลือกใช้วิธีให้อาหารทางสายยางแบบไหนนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสะดวกของผู้ดูแลเพียงอย่างเดียวค่ะ แต่ต้องประเมินร่วมกับ คุณหมอและทีมแพทย์ โดยพิจารณาจากสภาพการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ โรคประจำตัว ความเสี่ยงในการสำลัก รวมถึงงบประมาณของครอบครัว เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและปลอดภัยที่สุดค่ะ


💬 สรุปส่งท้าย
"วิธีการให้อาหารทางสายยางในปัจจุบัน" มีหลากหลายรูปแบบที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยค่ะ ไม่ว่าจะเลือกใช้วิธีปล่อยตามแรงโน้มถ่วง หรือใช้เครื่องให้อาหารอัตโนมัติ หัวใจสำคัญที่สุดยังคงเป็น เรื่องความสะอาด การจัดท่านั่งสูงเพื่อป้องกันการสำลัก และการให้สารอาหารอย่างสม่ำเสมอ ค่ะ

11
ซอสโบโรเนสเนื้อ SN Food: ซอสโบโลเนสเนื้อ สไตล์โฮมเมดเข้มข้น นัวลึกซึ้งถึงใจ

ถ้าพูดถึงเมนูเส้นพาสต้าในดวงใจ เชื่อว่าร้อยทั้งร้อยต้องยกให้ "ซอสโบโลเนสเนื้อ" (Bolognese Sauce) เมนูลลาสสิกที่ทานทีไรก็มีความสุขทุกที แต่จะทำอย่างไรให้ซอสโบโลเนสเนื้อของเรามีรสชาติที่ "เข้มข้น จัดจ้าน และกลมกล่อมลึกซึ้ง" ชนิดที่ทำทีไรก็หอมฟุ้งไปทั่วบ้าน วันนี้เราขอมาแชร์สูตรและเคล็ดลับลับเฉพาะที่รับรองว่าทำตามแล้วฟินจนลืมร้านอาหารไปเลยค่ะ! 💡✨

🔍 1. เคล็ดลับความเข้มข้นเริ่มที่การ "จี่เนื้อ" (Sear)
หัวใจสำคัญของซอสเนื้อโบโลเนสที่อร่อยขั้นสุด คือการไม่ใจร้อนกับเนื้อค่ะ! นำเนื้อวัวบด (แนะนำให้เลือกส่วนที่มีมันแทรกสัก 15-20% เพื่อความชุ่มฉ่ำ) ลงไปผัดในกระทะด้วยไฟค่อนข้างแรง ขยี้ให้เนื้อกระจายแต่ปล่อยให้มันโดนความร้อนจนผิวเนื้อเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้มเกรียมๆ การจี่เนื้อให้เกิดความเกรียมนี้ (Maillard Reaction) จะสร้างกลิ่นหอมและรสชาติอูมามิที่ลึกซึ้ง ซึ่งเป็นรากฐานของความเข้มข้นที่เนื้อต้มธรรมดาให้ไม่ได้ค่ะ


🛠 2. "สามสหายผัก" และการผัดจนเป็นคาราเมล
ความกลมกล่อมที่แท้จริงต้องมาจากธรรมชาติค่ะ หั่นหอมใหญ่ แครอท และเซเลอรี่ (ขึ้นฉ่ายฝรั่ง) ให้ละเอียด แล้วนำไปผัดกับน้ำมันมะกอกหรือไขมันเนื้อที่เหลือจากขั้นตอนแรกด้วยไฟอ่อนๆ ผัดไปเรื่อยๆ จนผักสุกนิ่มและคายน้ำตาลออกมาจนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลคาราเมล ความหวานธรรมชาติจากผักนี่แหละค่ะที่จะไปช่วยตัดเลี่ยนและดึงรสชาติของเนื้อวัวให้เด่นชัดขึ้นมาแบบกลมกล่อมที่สุด


🚪 3. มะเขือเทศเข้มข้น (Tomato Paste) ตัวช่วยเปลี่ยนสีและรส
เพื่อให้ซอสมีสีแดงเข้มสวยและรสเปรี้ยวอมหวานที่เข้มข้นถึงใจ ห้ามพลาด "มะเขือเทศเข้มข้น" เด็ดขาดค่ะ! ให้ใส่ลงไปผัดคลุกเคล้ากับเนื้อและผักจนส่งกลิ่นหอมฟุ้งและเปลี่ยนเป็นสีแดงอิฐ จากนั้นค่อยเติมมะเขือเทศกระป๋องแบบปอกเปลือก (Whole Peeled Tomatoes) ลงไปยีให้แตก การผสมผสานระหว่างมะเขือเทศข้นและมะเขือเทศกระป๋องจะทำให้ซอสมีความข้นเนียนและเนื้อสัมผัสที่เคี้ยวสนุก


🚿 4. ออดิชันความนัวด้วยการเคี่ยวไฟอ่อน (Reduction)
ซอสโบโลเนสเนื้อที่ดีต้องใช้ "เวลาและความอดทน" ค่ะ เมื่อทุกอย่างรวมกันในหม้อแล้ว ให้หรี่ไฟลงเป็นไฟอ่อนที่สุดแล้วปิดฝาเคี่ยวทิ้งไว้ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง คอยคนเป็นระยะ การเคี่ยวช้าๆ จะทำให้น้ำซอสงวดลง เนื้อวัวเปื่อยนุ่มละมุน และไขมันกับน้ำซุปผสานกันจนกลายเป็นซอสที่ข้นเหนียวเคลือบเส้นพาสต้าได้แบบแนบเนียน เป็นความเข้มข้นที่เกิดจากการควบแน่นของวัตถุดิบแท้ๆ เลยค่ะ


🥗 5. ปิดท้ายด้วยมิติของรสชาติและกลิ่นหอม
ก่อนตักเสิร์ฟ ลองชิมและปรับรสชาติให้สมบูรณ์แบบด้วยเกลือ พริกไทยดำสดใหม่ และถ้าอยากให้ความเข้มข้นพุ่งขึ้นไปอีกขั้น ลองเหยาะ "ซอสวูสเตอร์" (Worcestershire sauce) ลงไปนิดเดียว หรือขูดชีสพาร์เมซานสดๆ ลงไปคลุกเคล้า ปิดท้ายด้วยใบโหระพาอิตาลี (Basil) สดหอมๆ รับรองว่ามื้อนี้จะกลายเป็นเมนูระดับเชฟที่ทุกคนในครอบครัวต้องยกนิ้วให้แน่นอนค่ะ!


💬 สรุปส่งท้าย
การทำซอสโบโลเนสเนื้อสูตรโฮมเมดที่เน้นความเข้มข้นนี้ อาจจะต้องใช้เวลาและความใส่ใจสักหน่อย แต่ผลลัพธ์ที่ได้คือน้ำซอสที่หอมอร่อย กลมกล่อม และเต็มไปด้วยความสุขในทุกคำที่ตักทาน เป็นจานโปรดที่คุ้มค่าแก่การรอคอยจริงๆ ค่ะ

12
Dseelin มีสารอาหารครบ 5 หมู่ และมีโปรตีนสูง สามารถใช้ได้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่มีมีโรคประจำตัว สำหรับผู้ที่มีโรคประจำตัวต้องนำสูตรไปปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของสุขภาพของท่าน

ใครทาน D.seelin ได้บ้าง
 ผู้สูงอาย
 ผู้ป่วยที่ให้อาหารทางสายให้อาหาร
 ผู้มีปัญหาการเคี้ยว เช่น ทำศัลยกรรม
 เด็กที่มีอายุ 6 เดือนขึ้นไป

อาหารปั่นผสมพร้อมทาน D.seelin
1 ซองให้คุณค่าทางโภชนาการเทียบเท่าอาหาร 1 มื้อ
 โปรตีนสูงจากเนื้ออกไก่
 วัตถุดิบสดมีคุณภาพ
 สารอาหารครบถ้วน 5 หมู่

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร : มีไข่ มีผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง
การเก็บรักษา : สามารถเก็บไว้โดยไม่ต้องแช่เย็นควรเก็บในสภาวะแห้งและเย็น

วิธีการรับประทาน มีทั้งหมด 3 วิธี

1.ฉีกซองทานได้ทันที
2.แช่ซองในน้ำอุ่น อุณหภูมิ 90-100 C เวลา 1-2 นาที
3.อุ่นด้วยไมโครเวฟ ความร้อน 800 วัตต์ ( 1 นาที ) / 1300 วัตต์ ( 0.45 ) นาที

*บรรจุภัณฑ์นี้ไม่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ ต้องเทใส่ภาชนะก่อนนำมาอุ่นในไมโครเวฟ*

ข้อแนะนำในการใช้
- เขย่าถุงอาหารให้เป็นเนื้อเดียวกันก่อนรับประทาน
- หลังเปิดซองควรรับประทานให้หมดในครั้งเดียว
- อาจมีการตกตะกอน เนื่องจากมีส่วนประกอบจากธรรมชาติ

อายุของอาหารเก็บได้ 1 ปี
ขนาดบรรจุ 300 กรัม
เลข ( อย ) : 10-1-01554-5-0127

1 ซอง ราคา 95บาท (ชดเชยอาหารครบถ้วนใน 1มื้อ)
6 ซอง ราคา 570 บาท
28 ซอง ราคา 2,660 บาท

 ช่องทางการสั่งซื้อ
 Inbox page : https://web.facebook.com/dseelin
 Line : @dseelin / https://lin.ee/gOiFMa4
 เบอร์ : 085-676-2222
พิกัดการสั่งซื้อ : https://shopee.co.th/dseelin_official


13
วิศวกรรมอาคาร: วิธีเช็กหลังคารั่ว ป้องกันเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหายในช่วงหน้าฝน

ในช่วงหน้าฝนเช่นนี้ หนึ่งในปัญหาเรื่องบ้านที่ไม่ควรมองข้าม นั่นคือ ‘หลังคารั่ว’ การเตรียมบ้านให้พร้อมรับกับสภาพอากาศที่แปรปรวนจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการดูแลรักษาหลังคาบ้าน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ช่วยป้องกันทั้งภายนอกบ้านและสิ่งของภายในบ้านให้ปลอดภัยจากแดด ลม และฝน

ปัญหาหลังคารั่วซึม อาจดูเป็นปัญหาจุดเล็ก ๆ แต่แท้จริงแล้วสามารถกระตุ้นไปสู่ปัญหาของเครื่องใช้ไฟฟ้าและระบบไฟฟ้าของบ้านได้ เพราะหากมีน้ำรั่วในบริเวณที่มีกระแสไฟฟ้า อาจทำให้เกิดไฟฟ้ารั่วไหล หรือไฟฟ้าลัดวงจรซึ่งเป็นสาเหตุของไฟลุกไหม้ได้ ก่อนจะไปพบกับวิธีการเช็กหลังคารั่ว จะพาทุกคนไปดูถึงสาเหตุของหลังคารั่วเพื่อเป็นการศึกษาปัญหาตั้งแต่ต้นตอ

บ้านที่มีอายุนานหลายปี แน่นอนว่าวัสดุต่าง ๆ ก็คงเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา หรือแม้แต่การเริ่มต้นก่อสร้างแบบผิด ๆ ล้วนนำไปสู่ปัญหาหลังคารั่วได้เช่นกัน โดยสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดปัญหาหลังคารั่ว มีดังนี้


สาเหตุการเกิดปัญหาหลังคารั่ว

1.    การมุงหลังคาที่ไม่ได้มาตรฐาน

การมุงหลังคาโดยช่างที่ขาดความเชี่ยวชาญอาจก่อให้เกิดปัญหากับโครงสร้างของหลังคาได้ ซึ่งปัญหาเหล่านี้มักจะยากต่อการซ่อมแซมและอาจถึงขั้นต้องรื้อเปลี่ยนหลังคาใหม่ ยกตัวอย่างเช่น การใช้วัสดุหรือเครื่องมือที่ไม่เหมาะกับการติดตั้งหลังคา จนทำให้เกิดความเสียหายหรือทำให้หลังคาเสื่อมสภาพเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงการติดตั้งหลังคาผิดวิธี หรือการคำนวณความลาดชัน ระยะแป และการติดตั้งรางน้ำตะเข้ที่มาสัมพันธ์กับพื้นที่หลังคาก็อาจทำให้มีน้ำไหลเข้าใต้หลังคาและเกิดหลังคารั่วซึมได้เช่นเดียวกัน

2.    การเสื่อมสภาพตามระยะเวลา

หลังคาที่ผ่านการใช้งานหลายปีมักมีการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา แม้จะใช้วิธี อุด โปะ ปะ เพื่อซ่อมแซมหลังคาให้ยังคงใช้งานได้ชั่วคราว แต่เมื่อเวลาผ่านไปวัสดุที่ใช้ก็อาจเสื่อมสภาพและเกิดการรั่วซึมอีกครั้งได้

3.    การบำรุงรักษาที่ไม่เหมาะสม

การตรวจและซ่อมแซมหลังคาเป็นเรื่องที่เจ้าของบ้านควรปฏิบัติอยู่เป็นประจำ เนื่องจากการปล่อยปละละเลยให้บนหลังคามีเศษใบไม้กิ่งไม้ทับถมเป็นจำนวนมากหรืออุดตันรางน้ำจนไม่สามารถระบายน้ำได้อย่างสะดวกก็เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้มีน้ำรั่วซึมเข้าสู่ใต้หลังคาได้


เช็กหลังคารั่วได้อย่างไร?

    สังเกตโครงสร้างของหลังคาว่าไม่ได้รับความเสียหาย เช่น ทรงหลังคาได้ระดับ มีความสมมาตร ไม่เอียงหรือบิดเบี้ยว เป็นต้น
    มีการติดตั้งกระเบื้องมุงหลังคาซ้อนกันเป็นแนวสวยงาม ไม่มีการเผยอ หรือหลุดจากแนว เนื่องจากอาจทำให้เกิดการรั่วซึมผ่านรอยต่อของกระเบื้องได้
    ตรวจสอบรอยแตกร้าวบนหลังคา เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำซึมผ่านรอยร้าวได้
    เช็กว่าที่ครอบแนวสันหลังคาและตะเข้สันปิดมิดชิดหรือไม่ รวมถึงตรวจสอบรอยร้าวใต้ที่ครอบเนื่องจากเป็นบริเวณที่มีน้ำเข้าได้ง่าย
    ตรวจหาคราบน้ำบนฝ้าชายคาและฝ้าเพดาน รวมถึงรอยบวมของสี หากพบว่าบนฝ้าหรือผนังมีความชื้นผิดปกติ ควรรีบตรวจสอบหาที่มาของการรั่วซึมในทันที เนื่องจากส่งผลต่อความสวยงามของบ้าน และหากปล่อยทิ้งไว้อาจก่อให้เกิดเชื้อรา กลิ่นอับ หรือปัญหาฝ้าถล่มได้
    เปิดช่องเซอร์วิสหรือฝ้าเพดานใต้หลังคา เพื่อตรวจสอบว่าหลังคารั่วซึมหรือไม่ สังเกตจุดรั่วซึมได้โดยดูว่ามีการเล็ดลอดของแสงผ่านหลังคาในช่วงเวลากลางวันไหม และมองหาคราบน้ำที่โครงหลังคาในวันที่ฝนตก หรืออาจทดลองทำฝนเทียมฉีดขึ้นหลังคา


วิธีแก้ปัญหาหลังคารั่ว

1.    ปัญหาหลังคารั่วจากกระเบื้อง

กระเบื้องหลังคาเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำหน้าที่ป้องกันบ้าน การมุงกระเบื้องที่ผิดวิธี หรือเลือกอุปกรณ์ที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดปัญหาหลังคารั่วได้ง่าย ดังนั้นจึงควรตรวจสอบวิธีการเรียงกระเบื้อง ระยะซ้อนทับ และการเจาะยึดอุปกรณ์บนหลังคาตามที่คู่มือแนะนำเป็นอย่างดี


2.    ปัญหาหลังคารั่วบริเวณครอบสันหลังคาและตะเข้สัน

หากปัญหาเกิดจากส่วนปูนยึดที่ครอบ ควรรื้อกระเบื้องและดำเนินการติดตั้งใหม่ให้ถูกวิธี เพื่อป้องกันปัญหาในระยะยาว เช่น การใช้ระบบครอบแบบแห้ง (Drytech System) เนื่องจากป้องกันการรั่วซึมและทนทานต่อความร้อนได้ดี นอกจากนี้หากพบว่าที่ครอบมีการเผยอหรือติดตั้งไม่ตรงตามแนว ควรทำการรื้อและติดตั้งใหม่ให้เรียบร้อย


3.    ปัญหาหลังคารั่วที่รอยต่อบริเวณรางตะเข้

ปัญหาหลังคารั่วที่บริเวณนี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น รางตะเข้ชำรุด การใช้รางที่ผิดรูปหรือขนาด การติดตั้งรางที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจะทำให้รางระบายน้ำได้ไม่ดีและไหลย้อนเข้าสู่ใต้กระเบื้องหลังคา ดังนั้นเจ้าของบ้านควรทำการติดตั้งรางตะเข้ที่ได้มาตรฐานและมีขนาดเหมาะสมกับพื้นที่หลังคา รวมถึงควรนำเศษกิ่งไม้ใบไม้ออกจากรางน้ำเป็นประจำเพื่อป้องกันการอุดตัน


4.    ปัญหาหลังคารั่วบริเวณหัวสกรู

หากพบรอยรั่วที่บริเวณหัวสกรู หรือรอยแตกขนาดเล็ก 1-5 มิลลิเมตร สามารถอุดรอยรั่วด้วยการยิงวัสดุอุดประเภทโพลียูรีเทนให้ทั่ว และทาวัสดุกันซึมทับอีกชั้น


 5.   ปัญหาหลังคารั่วจากรอยแตก

ถ้ารอยแตกบนหลังคามีขนาดใหญ่กว่า 5 มิลลิเมตร ให้ปิดรอยรั่วด้วยเทปกันน้ำ และทาวัสดุกันซึมทับอีกชั้น


6.    ปัญหาหลังคารั่วหลายจุดทั่วหลังคา

วิธีการซ่อมแซมที่ดีที่สุดสำหรับหลังคาที่พบรอยแตกร้าวหลายจุดทั่วหลังคา คือ การรื้อเปลี่ยนหลังคา เนื่องจากมีประสิทธิภาพดีกว่าและคุ้มค่าในระยะยาว

14
โรคเหงือกในเด็ก สามารถเข้ารับการจัดฟันเด็กได้หรือไม่

ปัญหาในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟันในเด็กนั้น มักจะพบได้บ่อย ซึ่งการดูแลรักษาความสะอาดของฟันถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมาก พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเด็กในวัยที่ยังมีฟันน้ำนมอยู่ อย่าคิดว่าไม่สำคัญ เพราะฟันน้ำนมส่งผลกระทบต่อการขึ้นของฟันแท้ ดังนั้น การดูแลช่องปากของเด็กๆ ควรที่จะได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี


ซึ่งปัญหาสุขภาพช่องปากและฟันของเด็กที่มักพบได้บ่อยส่วนใหญ่ก็คือ เรื่องของฟันน้ำนมผุ มักจะเกิดขึ้นเมื่อฟันน้ำนมสัมผัสกับน้ำตาลจากการดื่มบ่อยครั้งเช่น ดื่มนม น้ำผลไม้ หรือเครื่องดื่มรสหวานอื่นๆ ก็จะทำให้เสี่ยงกับการเกิดฟันผุ เชื้อแบคทีเรียในปากจะกินน้ำตาลเป็นอาหาร ทำให้เกิดฟันผุหากปล่อยไว้ไม่ได้รับการรักษา ยิ่งถ้าหากพ่อแม่ผู้ปกครองละเลยในเรื่องของฟันของลูก ก็จะทำให้เกิดปัญหาได้ในระยะยาว โดนอาการฟันผุอาจจะเป็นสาเหตุให้เกิดอาการปวด และทำให้เคี้ยวอาหารได้ลำบาก

หากฟันน้ำนมได้รับความเสียหาย หรือถูกทำลายก็จะไม่สามารถกำหนดทิศทางสำหรับฟันแท้ให้ขึ้นได้อย่างถูกตำแหน่ง อาจก่อนให้เกิดฟันซ้อน หรือฟันเก ฟันน้ำนมที่ผุอย่างรุนแรงอาจจะนำไปสู่การฟันที่เป็นหนองได้ และอาจจะนำไปสู่การเกิดโรคเหงือกอักเสบในเด็ก ซึ่งโรคเหงือกในเด็กนั้น ก็สามารถเกิดขึ้นได้ เป็นการอักเสบของเยื่อเหงือกซึ่งเกิดจากการดูแลความสะอาดในปากที่ไม่เพียงพอ และการจับตัวของหินปูน สัญญาณเตือนของโรคเหงือกอาจจะเป็นกลิ่นปาก หรือเลือดออกที่เหงือก

โดยเฉพาะหลังจากการใช้ไหมขัดฟัน เมื่อเวลาผ่านไปก็สามารถนำไปสู่ฟันหลอ และกระดูกเสียหายของกระดูก การพบทันตแพทย์เป็นประจำเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันโรคเหงือกอักเสบ ดังนั้น พ่อแม่ผู้ปกครองควรที่จะพาบุตรหลานของท่านเข้าพบทันตแพทย์เพื่อทำการตรวจฟันเป็นประจำอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง พ่อแม่ผู้ปกครองหลายคนที่อยากจะพาบุตรหลานของท่านเข้ารับกรจัดฟัน ก็อาจจะเกิดความสงสัยว่า ถ้าหากบุตรหลานของท่านมีปัญหาเกี่ยวกับโรคเหงือกอักเสบแล้ว จะสามารถเข้ารับการจัดฟันในเด็กได้หรือไม่ ซึ่งวันนี้เราจะมาพูดถึงประเด็นของการเกิดโรคเหงือกอักเสบในเด็ก และอยากที่จะเข้ารับการรักษาด้วยการจัดฟัน ว่าจะสามารถทำได้หรือไม่ สำหรับโรคเหงือกอักเสบในเด็กนั้น ต้องบอกว่า สามารถรักษาให้หายได้

เพียงหมั่นดูแลช่องปากให้สะอาดอยู่เสมอ และพ่อแม่ควรจะสังเกตอาการต่างๆของบุตรหลานด้วย ถ้าหากพบว่ามีสัญญาณของการเกิดปัญหาฟัน หรือมีการสะสมตัวของคราบแบคทีเรียที่มากและแข็งจนกลายเป็นหินปูน ก็ควรพาลูกไปพบทันตแพทย์เพื่อให้ทำการขจัดออกคราบเหล่านั้นออก ซึ่งการดูแลเพื่อป้องกันโรคเหงือกสามารถทำได้โดยหมั่นดูแลสุขภาพช่องปากของลูกน้อยเป็นประจำ พ่อแม่ผู้ปกครองควรเป็นผู้ช่วยในการช่วยแปรงฟันให้ลูก เพื่อให้บริเวณนั้นๆ สะอาด ขจัดคราบฟันออกให้หมด ซึ่งจะช่วยป้องกัน และบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นได้ เพียงเท่านี้ก็จะสามารถป้องกันการเกิดโรคเหงือกได้

ทั้งนี้ ในเรื่องของการจัดฟันในเด็ก สำหรับเด็กที่มีปัญหาในเรื่องของเหงือกอักเสบ เบื้องต้นทันตแพทย์จะทำการรักษาโรคเหงือกอักเสบในเด็กให้หายดีเสียก่อน เพื่อที่จะได้มีปัญหาระหว่างการจัดฟัน และจะทำให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเมื่อเข้ารับการจัดฟันแล้ว เด็กๆควรที่จะปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของทันตแพทย์ เพื่อที่จะได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้น ป้องกันฟันผุ หากบุตรหลานของท่านมีสัญญาณเตือนในเรื่องของการเกิดโรคเหงือกหรือปัญหาในเรื่องของสุขภาพช่องปากและฟัน สามารถปรึกษาทันตแพทย์ที่คลินิกได้

ทางเรามีทันตแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการจัดฟันในเด็กที่จะให้คำแนะนำอย่างถูกต้อง เพื่อที่จะช่วยดูแลสุขภาพช่องปากและฟันของบุตรหลานของท่านให้มีฟันที่สวยงาม เพราะเราอยากให้ทุกคนมีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดี ป้องกันการเกิดปัญหาฟันผุ และยังช่วยแนะนำวิธีการรักษาความสะอาดของช่องปากและฟันได้อย่างถูกต้อง เพื่อที่จะได้มีสุขภาพช่องปากและฟันที่ดีขึ้นได้

15
วิธีขายอาหารออนไลน์ สร้างรายได้ โดยไม่ต้องมีหน้าร้านในการเข้าถึงลูกค้า ต้นทุนต่ำ

การเริ่มต้นธุรกิจอาหารไม่จำเป็นต้องมีหน้าร้านอีกต่อไป การขายอาหารออนไลน์ได้กลายเป็นวิธีที่นิยมและใช้งานได้จริงในการเข้าถึงลูกค้าในขณะที่ยังคงต้นทุนต่ำ ไม่ว่าคุณจะเป็นพ่อครัว แม่ครัวหรือผู้ประกอบการด้านอาหาร การเปิดธุรกิจอาหารออนไลน์นั้นเข้าถึงได้ง่ายกว่าที่เคย มีหลายวิธีที่คุณทำได้เลยนะ ลองดูไอเดียเหล่านี้:

ใช้แพลตฟอร์มเดลิเวอรี: พวก Lineman, GrabFood, foodpanda เนี่ยแหละ ง่ายสุด ๆ แค่สมัครร้านค้า อัปโหลดเมนู แล้วก็เริ่มขายได้เลย พวกนี้เค้ามีฐานลูกค้าอยู่แล้วด้วย
สร้างเพจบนโซเชียลมีเดีย: Facebook, Instagram นี่ฮิตสุด ๆ โพสต์รูปอาหารน่ากิน ๆ โปรโมทเมนู แล้วให้ลูกค้าทักมาสั่ง หรือจะทำเป็นระบบสั่งซื้อผ่านเพจเลยก็ได้
ทำเว็บไซต์ร้านตัวเอง: ถ้าอยากดูโปรเฟสชันนอลหน่อย การมีเว็บไซต์ก็เป็นทางเลือกที่ดี จะมีระบบตะกร้าสินค้า ตัดเงินออนไลน์ ครบจบในที่เดียว
ไลฟ์สดขายของ: อันนี้ก็กำลังมาแรงนะ ทำอาหารไป ไลฟ์ไป คุยกับลูกค้าไปด้วย สร้างความสนุกสนานและดึงดูดได้ดีเลย
ฝากขายกับร้านค้าอื่น: ลองดูว่ามีร้านค้าแถวบ้าน หรือร้านที่เค้าอยากมีอาหารหลากหลายในร้านบ้างมั้ย ลองคุยกับเค้าดู อาจจะเป็นอีกช่องทางในการขายได้
สิ่งที่สำคัญมากๆ ในการขายอาหารออนไลน์คือ:

รูปภาพอาหารต้องน่าดึงดูด: รูปสวย ๆ ชวนหิว จะช่วยให้คนอยากสั่งแน่นอน
รสชาติอาหารต้องอร่อย: อันนี้ไม่ต้องพูดเยอะ ยังไงรสชาติก็ต้องมาก่อน
ความสะอาดและปลอดภัย: ลูกค้าสมัยนี้ใส่ใจเรื่องนี้มาก ทำให้เค้ามั่นใจในอาหารของคุณ
การจัดการออเดอร์และการจัดส่ง: ต้องรวดเร็ว ถูกต้อง และรักษาคุณภาพอาหารให้ดีจนถึงมือลูกค้า
การโปรโมทและสร้างตัวตน: ทำให้คนรู้จักร้านของคุณ อาจจะมีการจัดโปรโมชั่น รีวิวจากลูกค้า หรือคอนเทนต์น่าสนใจ

1. เลือกช่องของคุณ
เริ่มต้นด้วยการตัดสินใจว่าคุณต้องการขายอาหารประเภทใด คุณกำลังเน้นที่อาหารทำเอง เบเกอรี่ ของว่างเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์วีแกน หรืออาหารแช่แข็งหรือไม่ การเลือกกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจนจะช่วยให้คุณโดดเด่นและดึงดูดลูกค้าที่เหมาะสมได้

2. เข้าใจกฎหมายและความปลอดภัยด้านอาหาร
ตรวจสอบกฎหมายและข้อบังคับในท้องถิ่นเกี่ยวกับการขายอาหารจากที่บ้านหรือทางออนไลน์ คุณอาจต้องมีใบอนุญาต ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ หรือการตรวจสอบ ขึ้นอยู่กับที่ตั้งและประเภทของอาหารที่คุณขาย ความปลอดภัยของอาหารเป็นสิ่งสำคัญ ปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยและการจัดเก็บที่ถูกต้องอยู่เสมอ

3. สร้างแบรนด์ที่แข็งแกร่ง
แบรนด์ของคุณคือตัวตนของคุณ ลองคิดชื่อที่สะดุดหู สร้างโลโก้ และออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่น่าดึงดูด ภาพลักษณ์ที่เป็นมืออาชีพจะสร้างความน่าเชื่อถือและทำให้ผลิตภัณฑ์ของคุณน่าดึงดูดใจมากขึ้นทางออนไลน์

4. ตั้งค่าช่องทางการขายออนไลน์
คุณสามารถขายอาหารของคุณผ่านทาง:
แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย (Facebook, Instagram, TikTok)
ตลาดออนไลน์ (Shopee, Lazada, Etsy สำหรับสินค้าประเภทอาหาร)
เว็บไซต์ของคุณเอง (โดยใช้ Shopify, Wix หรือ WordPress) ตรวจสอบให้แน่ใจว่ารูปถ่ายผลิตภัณฑ์ของคุณมีคุณภาพสูง และคำอธิบายของคุณชัดเจนและน่าดึงดูด

5. เสนอการสั่งซื้อและการจัดส่งที่ง่ายดาย
กำหนดวิธีง่ายๆ ให้ลูกค้าสั่งซื้อ ไม่ว่าจะเป็นทางแชท แบบฟอร์ม หรือแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ ร่วมมือกับบริการจัดส่งในพื้นที่หรือใช้บริการจัดส่งที่เชื่อถือได้เพื่อให้แน่ใจว่าอาหารของคุณมาถึงสดใหม่และตรงเวลา

6. ทำการตลาดธุรกิจของคุณ
ใช้การตลาดดิจิทัลเพื่อโปรโมตอาหารของคุณ โพสต์เป็นประจำบนโซเชียลมีเดีย ใช้แฮชแท็ก ลงโฆษณา และขอรีวิวและคำแนะนำจากลูกค้าที่พึงพอใจ มีส่วนร่วมกับผู้ชมของคุณและแบ่งปันเนื้อหาเบื้องหลังเพื่อสร้างการเชื่อมต่อและความไว้วางใจ

7. การจัดการสินค้าคงคลังและต้นทุน
ติดตามส่วนผสม วัสดุบรรจุภัณฑ์ และคำสั่งซื้อ ตรวจสอบต้นทุนของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าการกำหนดราคาของคุณทำกำไรได้ เริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ แล้วค่อยขยายขนาดเมื่อฐานลูกค้าของคุณเติบโตขึ้น

8. ให้บริการลูกค้าอย่างดีเยี่ยม
การตอบกลับอย่างรวดเร็ว การสื่อสารที่เป็นมิตร และความเต็มใจที่จะแก้ไขปัญหา จะช่วยให้คุณได้รับลูกค้าที่ภักดีและกระแสบอกต่อที่เป็นบวก

การขายอาหารออนไลน์โดยไม่ต้องมีหน้าร้านจริงเป็นวิธีที่ยืดหยุ่นและคุ้มต้นทุนในการเปลี่ยนความหลงใหลในการทำอาหารของคุณให้กลายเป็นธุรกิจ ด้วยกลยุทธ์ที่เหมาะสม ความมุ่งมั่น และความรักในอาหาร คุณสามารถสร้างแบรนด์อาหารออนไลน์ที่ประสบความสำเร็จได้จากห้องครัวของคุณ ลองเลือกวิธีที่คิดว่าเหมาะกับคุณที่สุด และอย่าลืมศึกษาตลาดและกลุ่มเป้าหมายของคุณด้วยนะ ขอให้ขายดีปัง ๆ

หน้า: [1] 2 3 ... 9